เงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบ 4 ปี: บทวิเคราะห์แรงกดดันต่อการตัดสินใจนโยบายดอกเบี้ยของ กนง.

ค่าเงินบาทของไทยพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในรอบกว่า 4 ปี ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตกอยู่ภายใต้สภาวะกดดันอย่างหนักในการหามาตรการสกัดกั้นการแข็งค่าก่อนที่จะมีการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้
ตามข้อมูลล่าสุดจากแบบจำลองการวิเคราะห์ของ ai-ball.me พบว่าค่าเงินบาทได้ขยับขึ้นไปแตะระดับ 31.523 ต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสถิติที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021 โดยในปีนี้เงินบาทมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 8% ส่งผลให้กลายเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางปัจจัยหนุนจากการพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำและการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในวันจันทร์ที่ผ่านมา ธปท. ได้ยกระดับความเข้มงวดในการทำธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward) ของกลุ่มผู้ค้าทองคำเพื่อลดแรงกระแทกดังกล่าว
แรงกดดันเชิงโครงสร้างและการคาดการณ์นโยบาย
ความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของค่าเงินกำลังบีบให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมวันพุธนี้ โดยมีปัจจัยชี้วัดที่สำคัญดังนี้:
- ภาคการส่งออก: ได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากมาตรการภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ
- ฤดูกาลท่องเที่ยว: แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามลดอิทธิพลของราคาทองคำที่มีต่อค่าเงินบาท แต่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวได้กลายเป็นแรงส่ง (Tailwind) ใหม่ที่ทำให้บาทแข็งค่าขึ้น
- สภาวะเศรษฐกิจภายใน: Wee Khoon Chong นักยุทธศาสตร์อาวุโสจาก BNY ระบุว่าการแข็งค่าที่มากเกินไปนี้ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับสภาวะการเติบโตที่ซบเซาและเงินเฟ้อต่ำ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลากยาวไปจนถึงปี 2026
ปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของเงินบาทอาจเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากปัจจัยลบด้านความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงดำเนินอยู่ รวมถึงความเสี่ยงทางการเมืองจากการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในช่วงเดือนมกราคม
ในมุมมองของนักยุทธศาสตร์จาก Barclays Bank Plc นำโดย Audrey Ong ประเมินว่าแม้เงินบาทจะยังคงได้รับอานิสงส์จากสภาวะดอลลาร์อ่อนค่าและปัจจัยบวกตามฤดูกาลในไตรมาสที่ 4 แต่ “ค่าความเสี่ยงทางการเมือง” (Political Risk Premium) อาจเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปีใหม่ หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความล่าช้า
บทสรุปจาก ai-ball.me: จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้นพบว่าค่าเงินบาทมีความเสี่ยงที่จะผันผวนสูงในระยะสั้น นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามผลการประชุม กนง. อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแบบจำลองของเราชี้ให้เห็นว่าทิศทางนโยบายการเงินจะเป็นตัวกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้