Google และ Apple เตือนพนักงานผู้ถือวีซ่าระวังการเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ท่ามกลางมาตรการตรวจสอบ Social Media ที่เข้มงวดขึ้น

google-apple-h1b-visa-warning

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google และ Apple ได้ออกประกาศเตือนพนักงานบางส่วนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากนโยบายใหม่ของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เน้นการตรวจสอบประวัติบนโซเชียลมีเดียอย่างละเอียด ส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากในกระบวนการพิจารณาวีซ่า

จากการรายงานของ Business Insider ระบุว่า ทั้ง Google และ Apple ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ที่ถือวีซ่าทำงานในสหรัฐฯ พำนักอยู่ภายในประเทศในช่วงนี้ เนื่องจากพบปัญหาความล่าช้าในการนัดหมายเพื่อประทับตราวีซ่า ณ สถานทูตและสถานกงสุลทั่วโลก


สาเหตุของความล่าช้าและผลกระทบต่อบุคลากร

บริษัทกฎหมายด้านตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเปิดเผยว่า กระบวนการที่อาจกินเวลานานถึง 12 เดือนนี้ มีสาเหตุหลักมาจากข้อกำหนดใหม่ที่ระบุให้มีการคัดกรองประวัติการใช้งานโซเชียลมีเดียของรายบุคคล ซึ่งหากพนักงานเดินทางออกไปและไม่สามารถดำเนินการตามนัดหมายได้ตามกำหนด ก็มีความเสี่ยงที่จะติดค้างอยู่ต่างประเทศและไม่สามารถกลับเข้าทำงานในสหรัฐฯ ได้

ในบันทึกภายในของ Google (ภายใต้การบริหารของ Alphabet) ระบุชัดเจนว่าคำแนะนำนี้ครอบคลุมถึงผู้ถือวีซ่าประเภทต่อไปนี้:

  • H-1B และ H-4 (วีซ่าทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญและครอบครัว)
  • F, J และ M (วีซ่าสำหรับการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยน)

วีซ่าประเภท H-1B ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอเมริกา เนื่องจากช่วยให้บริษัทสามารถดึงตัวบุคลากรที่มีทักษะสูงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากอินเดียและจีน เข้ามาขับเคลื่อนนวัตกรรมได้


มาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดภายใต้รัฐบาลทรัมป์

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลของทรัมป์ได้ประกาศยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้สมัครวีซ่า H-1B โดยมีประเด็นสำคัญที่ระบุในบันทึกภายในของกระทรวงการต่างประเทศว่า บุคคลใดก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ “ปิดกั้น” เสรีภาพในการแสดงออก อาจถูกพิจารณาปฏิเสธวีซ่า

ภายใต้กระบวนการตรวจสอบที่ปรับปรุงใหม่ เจ้าหน้าที่กงสุลได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบประวัติการทำงาน (CV) และโปรไฟล์ LinkedIn ของผู้สมัคร รวมถึงบุคคลในครอบครัว เพื่อดูว่าเคยทำงานในด้านที่เกี่ยวข้องกับ:

  • การตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking)
  • การดูแลเนื้อหา (Content Moderation)
  • การจัดการข้อมูลบิดเบือน (Disinformation)
  • ความปลอดภัยออนไลน์และนโยบายการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้มุ่งเน้นไปที่การปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก โดยเฉพาะการตอบโต้สิ่งที่มองว่าเป็นการปิดกั้นความคิดเห็นเชิงอนุรักษนิยมในโลกออนไลน์


ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและโควตาวีซ่า

นอกจากกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อนขึ้นแล้ว โครงการวีซ่า H-1B ยังเผชิญกับภาระค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงขึ้น โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการกำหนดค่าธรรมเนียมใบสมัครใหม่สูงถึง 100,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่เคยมีค่าใช้จ่ายเพียง 2,000 ถึง 5,000 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งมาตรการค่าธรรมเนียมนี้จะมีผลไปจนถึงเดือนกันยายนปี 2026

ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีโควตาวีซ่า H-1B จำนวน 65,000 รายต่อปี และอีก 20,000 รายสำหรับผู้ที่จบการศึกษาระดับสูง โดยมีระยะเวลาอนุญาตทำงานตั้งแต่ 3 ถึง 6 ปี

การที่ Alphabet และ Apple ออกมาเตือนพนักงานอย่างเข้มงวดในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อเสถียรภาพของแรงงานทักษะสูง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและระเบียบข้อบังคับที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก


หมายเหตุ: ขณะนี้ทาง Google และ Apple ยังไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการต่อกรณีดังกล่าว